Sponsor List

Statistic

Content View Hits : 10160

Facebook Share

Share on facebook

Who's Online

We have 1 guest online

Sponsor

Home My lifestyle cool! Yes Man ภาพยนต์ที่จะเปลี่ยนชีวิตคุณ
Yes Man ภาพยนต์ที่จะเปลี่ยนชีวิตคุณ PDF Print
Written by Administrator   
Saturday, 30 May 2009 18:57
yes_man
Yes Man นำแสดงโดย จิม แครี่ เป็น คาร์ล อัลเลน ชายซึ่งเซ็นสัญญาเข้าร่วมโครงการช่วยเหลือตนเองที่มีกฎพื้นฐานง่ายๆ เพียงข้อเดียว ตอบรับกับทุกอย่าง และอะไรก็ได้ ในตอนแรกการปลดปล่อยพลังของการตอบรับ ได้เปลี่ยนชีวิตของคาร์ลไปสู่ความน่าทึ่งและเรื่องที่ไม่คาดฝัน แต่ไม่ช้าเขากลับพบว่าการเปิดกว้างชีวิตสู่ความเป็นไปได้อย่างไม่สิ้นสุด นั้นอาจมีด้านลบแฝงอยู่

หนังเรื่องนี้คงสามารถเปลี่ยนทัศนคติในการใช้ชีวิตของใครบางคนได้ไม่น้อย (เราเองแหล่ะ) กับการที่ปฏิเสธโอกาสและการหาข้ออ้างให้กับตัวเองอยู่เสมอ หวังว่าหนังเรื่องนี้คงจะสร้างแรงบันดาลใจให้กับคุณไม่มากก้อน้อย มาพูดคำว่า "Yes" กันเถอะ (มีต่อ)


บางครั้งการสร้างกำแพงรายล้อมตัวเองจาก สิ่งโดยรอบ ลดการปฏิสัมพันธ์กับผู้คน การอยู่กับตัวเอง บ้างก็ว่านั่นคือสันโดษ บ้างก็ว่าปัจเจกนิยม บ้างก็ว่าทำให้เราได้ทบทวนสิ่งที่ผ่านมาเมื่อได้อยู่กับตัวเองและความคิดตัว เองชั่วขณะหนึ่ง แต่ถ้าจมอยู่กับมันมากเกินไปจนส่งผลต่อ การใช้ชีวิต และบุคลิกภายนอก รวมไปถึงสภาพจิตใจหดหู่ซ้ำซากที่เกิดจากความโดดเดี่ยวของตัวเองล่ะ นี่คือโครงเรื่องง่ายๆ

ในผลงานแนว Feel Good ล่าสุดของ "จิม แคร์รีย์" คนที่ยุค 90 อเมริกันชนบอกว่าเขาคือนักแสดงแนวคอมเมดี้แอ๊คชั่นทางหน้าตาที่ฮาที่สุดคน หนึ่ง (แม้บางมุขต้องบอกว่าไม่รู้สึกขำขันก็ตามที) ใน Yes Man หยิบจับเอาแนวคิดแบบคู่มือ How-To สอนชีวิตมาปรับแต่งเป็นพล็อตเรื่องในเชิงล้อเลียน แต่ยังคงมองโลกในแง่ดี ประเภทหนังสือฮาวทูฮิตๆ ทั้งหลายที่มีคอนเซ็ปท์ว่าถ้าคุณคิดดี ทำดี ตอบรับในสิ่งดีๆ คิดดีๆ ให้มาก มันจะกลายมาเป็นพลังนำสิ่งดีๆ หรือสร้างสิ่งดีๆ มาสู่คุณเอง แม้บรรดาหนังสือฮาวทู และแนวคิดเหล่านี้จะฟังดูสะกดจิตมาก แต่ในแง่ของหลักตรรกะสามารถอธิบายได้กว้างๆ ตามหลักพระพุทธศาสนาว่าคนเราคิดดี ทำดี สิ่งดีย่อมตามมา เป็นหลักการของชีวิต เช่นคำกล่าวอริสโตเติลง่ายๆ สั้นๆ "ความสุขขึ้นอยู่กับตัวเราเอง" ซึ่งสารจากภาพยนตร์ Yes Man ต้องการสื่อสารว่าแท้จริงแล้วจะทุกข์หรือสุขถ้าเราทำใจเลือกสิ่งไหนเราก็จะ ได้สิ่งนั้น เช่นตัวละคร "คาร์ล อัลเลน" (จิม แคร์รีย์) คือผู้ชายที่เข้าข่ายมืดหม่นหดหู่จิตตกและดูเป็นไอ้ขี้แพ้หลังจากสภาพจิตใจ ย่ำแย่จากการหย่าร้าง "คาร์ล" จึงปิดประตูหนีสังคม ห่างจากสังคมเพื่อนฝูง และเพื่อนร่วมงาน ใช้ชีวิตแบนราบจนเพื่อนๆ ต่างเป็นห่วง

และเมื่อวันหนึ่งเขาถูกชวนจากเพื่อนเก่าให้เข้าร่วมโครงการสัมมนาสร้างพลัง ชีวิต ที่หนังดีไซน์ให้เป็นบรรยากาศเหมือนลัทธิที่มีผู้นำคอยกล่อมเกลาล้างสมอง ทุกคนในห้องต่างก็ต้องพูดว่า Yes! Yes! ในทุกเรื่อง "ใช่! เราทำได้" ด้วยวิทยากรที่ประหนึ่งเป็นเจ้าลัทธิผู้บัญญัติคำว่า ใช่ ทำได้ทุกอย่างให้แก่ผู้มาร่วมสัมมนา... ผลจากโครงการนั้นทำให้คาร์ลต้องตอบรับ Yes กับทุกสิ่งที่เข้ามาในชีวิตอย่างไม่เลือกหน้า ไม่ว่าอะไรคาร์ลต้องมองว่ามันใช่! และทำไปตามทุกอย่างที่มีข้อเสนอ โอกาส หรือการร้องขอ และการณ์กลับเป็นดังว่าเมื่อเริ่มจากใช่กับทุกอย่าง เขาก็รู้สึกว่าสิ่งดีๆ ค่อยเข้ามาหาเขาทีละเล็กละน้อยจนเริ่มเลยเถิด... หนังพาไปดูว่าสถานการณ์ที่เข้ามารายล้อม รอบตัวคาร์ลหลังจากที่เขาตอบ Yes ไปก็มีแต่สิ่งดีๆ เข้ามาอย่างชนิดเหลือเชื่อ กลายเป็น "คาร์ล" คนใหม่ เคลือบฉาบด้วยคำว่า Yes! หมดยุคคาร์ลผู้มืดหม่นหดหู่จิตตกไอ้ขี้แพ้กลายเป็นทุกสิ่งที่ตรงกันข้าม

Yes Man คือหนังสือฮาวทูฉบับใช่! ฉันทำได้ ส่งผลให้คาร์ลเชื่อมั่นว่าชีวิตกำลังเดินมาถูกทาง แต่หนังก็ล้อเลียนวัฒนธรรมฮาวทูเล็กๆ ว่า การทำตามฮาวทูโดยคิดว่าชีวิตจะดีไซน์ได้แบบสำเร็จรูปมันดูง่ายเกินไป หนังแอบล้อเลียนว่าบางแง่มุมของฮาวทูบาง ทีก็เป็นแค่เปลือก เพราะมันได้ระบุฉลากบอกวิธีการใช้ชีวิตจนเราจะเป็นหุ่นยนต์ที่ถูกครอบงำล้าง สมองได้ อย่างไรก็ตาม หนังก็ให้แง่มุมดีๆ จากฮาวทูที่แนะให้กล้าที่จะเปลี่ยนแปลง และลองทำทุกอย่างที่เราต้องการแล้วทุกอย่างมันจะเชื่อมจุดมาเป็นประโยชน์ต่อ ไป แต่ไม่ว่าสิ่งที่วัฒนธรรมฮาวทูจะแนะนำอย่างไร โดยพื้นฐานแล้วหนังสื่อสารว่าความสุขนั้นอยู่ที่ตัวเรา ฮาวทูฉบับ Yes Man จึงเป็นเพียงเครื่องมือให้เราค้นพบความสุขทางลัดที่ใกล้ๆ และง่ายที่สุดเท่านั้นเอง

ที่มาจากหนังสือพิมพ์  มติชน


 

Comments 

 
# John 2009-07-09 14:27 Could the movie reviews be in English too? Reply | Reply with quote | Quote
 

Add comment